คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

สุดอัศจรรย์ พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ไม่ติดไฟ หลังเกิดเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด

เกิดเพลิงไหม้สถานเสริมความงามย่านปทุมธานี เสียหายกว่า 10 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพบพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ไม่ติดไฟ

(3 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานเสริมความงามแห่งหนึ่ง ในซอยรังสิต-ปทุมธานี 7 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมรถดับเพลิงเทศบาลนครรังสิตจำนวน 5 คัน ไปที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น มีควันพุ่งออกมาจากตัวอาคารเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ช่วยกันใช้น้ำฉีดเพื่อระบายควันออกมาจากด้านใน แต่ไม่พบแสงเพลิงภายในตัวอาคาร จากการตรวจสอบด้านในเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพบว่าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ไม่ถูกไฟไหม้แม้แต่นิดเดียว ขณะที่บริเวณชั้น1 และชั้น 2 ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด

นางสาวนันทพร อายุ 30 ปี พนักงานสถานเสริมความงาม ให้การว่าเดินทางไปเปิดร้านเมื่อช่วงเวลา 08.00 น. พบมีควันพุ่งออกมาจากด้านในร้านจึงได้เรียกชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเข้ามาช่วยเหลือและโทรศัพท์แจ้งรถดับเพลิงเข้าช่วยเหลือด้วย ส่วนมูลค่าความเสียหายนายอลงกร มังกรสกุล เจ้าของสถานเสริมความความ แจ้งว่าน่าจะประมาณ 10 ล้านบาท เนื่องจากเครื่องมือแพทย์มีราคาแพง

ร.ต.ท. หญิงรัตนาพร บุญหรรษา ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า สาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบภายในอีกครั้ง และจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เข้าสอบด้วย

ภาพ เบิ้ล ปทุมราช รับใช้ชาติเป็นทหารเกณฑ์ผลัดสอง

    เบิ้ล ปทุม พร้อมเดินทางเข้ารับใช้ชาติ โดยเป็นทหารเกณฑ์ผลัด 2 ประจำปี 2560 โดยมีครอบครัว แฟนคลับเดินทางมาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด เผยพร้อมทำหน้าที่ลูกผู้ชายอย่างเต็มที่

วันที่ 3 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรายงานตัวของทหารกองเกิน ที่หอประชุมพญานครินทร์ ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งในวันนนี้นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม ได้เดินทางมารายงานตัวเพื่อเบ้ารับการเป็นทหาร ทบ.ผลัด 2 สังกัดมณฑทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ปราจีนบุรี โดยมีคุณแม่ พร้อมด้วยญาติๆ และแฟนคลับเดินทางมาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด

โดย เบิ้ล ปทุมราช บอกมีความพร้อมเต็มที่ที่จะเข้ารับใช้ชาติ พร้อมที่จะเข้าไปเรียนรู้ทุกอย่างและรับใช้ชาติในกรมทหาร เชื่อว่าการเข้าฝึกทหารในครั้งนี้ จะได้ประสบการณ์ที่ดีๆ อย่างแน่นอน

เบิ้ล ปทุมราช ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนดีใจที่ได้เป็นตัวแทนของวัยรุ่นในภาคอีสาน และชาวจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งตนคิดว่าเป็นหน้าที่ของลูกผู้ชายทุกคนที่ต้องรับใช้ชาติ โดยตนจะเข้าเป็นทหารเกณฑ์ผลัดที่ 2 ที่ปราจีนบุรี และจะขอทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ส่วนแฟนคลับทุกคนไม่ต้องกังวล หรือว่าร้องไห้ เพราะผมไม่ได้ติดคุก ผมไปเป็นทหาร ไปทำหน้าที่ของลูกผู้ชายที่เพิ่งกระทำ ซึ่งถือเป็นเกียรติแก่ครอบครัวและวงศ์ตระกูล เป็นความภาคภูมิใจของชายไทยทุกคน แล้วถ้าฝึกเสร็จเมื่อไหร่ ก็จะได้ออกมาร้องเพลง สร้างสรรค์ผลงานเพลงให้แฟนคลับทุกคนได้ติดตามเช่นเดิมครับ และหลังจากที่ตนได้บวชแล้วสึกออกมานั่น หลายอย่างที่เคยใจร้อนก็ทำให้ใจเย็นขึ้น เพราะเราได้เรียนรู้จากการศึกษาธรรมะ ทำให้ความร่มเย็นในจิตใจก็มีมากขึ้น และในระหว่างที่เข้ารับการฝึกทหารตนก็คิดไว้ว่าจะแต่งเพลงเกี่ยวกับจังหวัดอำนาจเจริญ เพลงที่เกี่ยวกับการที่ลูกผู้ชายทุกคนต้องมาจับใบดำใบแดง

นอกจากนี้ เบิ้ล ปทุมราช ยังได้ร้องเพลงอ้ายมีเหตุ ให้กับเพื่อนๆ ทหารกองเกินที่เดินทางมารายงานตัวที่หอประชุมพญานครินทร์ รวมไปถึงเหล่าบรรดาแฟนคลับที่เดินทางมาส่งฟังด้วย พร้อมกันนี้ทางสำนักงานสวัสดีจังหวัดอำนาจเจริญ ยังได้มีการตั้งกองกฐิน เพื่อนำเงินที่ได้จากการบริจาคในครั้งนี้ ไปสมทบในโครงการ ปั่นปันบุญ สมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ ให้กับทาง รพ.อำนาจเจริญ ที่กำลังขาดแคลนอยู่ในขณะนี้อีกด้วย

คนร้ายไล่ยิง อบจ.สาวแม่ลูกอ่อนดับ คาดฝีมือสามีเก่า

สุดเหี้ยม ไล่ยิง อบจ.สาวแม่ลูกอ่อนดับ นาฬิกาคนร้ายตกในที่เกิดเหตุ คาดฝีมือสามีเก่าหึงโหด

(1 พ.ย.) เวลาประมาณ 04.45 น. พ.ต.ท.ศิริพงษ์ พหลชัยชูพงษ์ รองผกก.ป. สภ.เมืองหนองบัวลำภู พ.ต.ท.พุฒิพัฒน์ พนมชัยจิรกุล รอง ผกก.(สอบสวน) นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุยิงกัน ที่หน้าบ้านเลขที่ 115 หมู่ 9 บ้านหาดสวรรค์ เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู เมื่อไปถึงที่เกิดพบเพียงรอยเลือด ปลอกกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 1 ปลอก และหัวกระสุน 1 หัว และที่ริมรั้วพบสายนาฬิกาข้อมือผู้ชายตกอยู่คาดว่าเป็นของผู้ก่อเหตุ

ต่อมาทราบชื่อคนเจ็บ คือ น.ส.สุวิกา อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่แก้มซ้าย ล่าสุดมีรายงานว่าผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตลงแล้ว

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่าผู้ตายมาพักอาศัยอยู่แมนชั่นกลางเมืองสุพรรณบุรี ได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว โดยอยู่ห้องหมายเลข 1 ก่อนเกิดเหตุได้ไปรับประทานอาหารที่ร้าน บริเวณหน้าบ้านเอื้ออาทร เดินทางกลับที่พักประมาณ 23.00 น.ก่อนวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือที่บ้านเจ้าของแมนชั่นที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยมีชายรูปร่างสูง สวมเสื้อเชิ้ต วิ่งตาม ก่อนเข้าไปในรั้วบ้านบริเวณประตูบ้านที่เกิดเหตุ แล้วคนร้ายก็ใช้อาวุธปืนยิงใส่ 2 นัด จากนั้นวิ่งออกมาแล้วขับรถกระบะ สีขาว หลบหนีไป หลังเกิดเหตุชาวบ้านได้แจ้งกู้ชีพเข้ามาช่วยเหลือคนเจ็บ

เบื้องต้น ผู้บาดเจ็บเพิ่งคลอดลูกและกลับมาทำงานได้ประมาณ 1 เดือน เคยเล่าว่ามีปัญหากับสามีที่เป็นปลัด อบต.แห่งหนึ่งที่ จังหวัดเชียงราย และเคยถูกขู่ฆ่าจะยิงให้ตายมาหลายครั้ง ซึ่งคนเจ็บมักย้ายที่พักอยู่บ่อยครั้ง และจากการตรวจสอบนาฬิกาที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบภาพในเฟซบุ๊กตรงกับนาฬิกาของสามีผู้ตาย ซึ่งตำรวจจะติดตามตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

หนุ่มชกผู้หญิงหลังแฟนสาวตบสู้ไม่ได้ โดนปรับ 1.2 หมื่น

   ตำรวจอุดรธานี เรียกหญิงวัยรุ่น 2 คนตบกัน พร้อมชายที่ชกหน้าสาว มารับทราบข้อกล่าวหา ปรับคนละ 500 บาท หนุ่มโดน 12,000 บาท

จากกรณีที่มีคลิปวีดีโอหญิงสาววัยรุ่น 2 คน ตบตีกัน และมีชายสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้าไปชกที่หน้าของฝ่ายหญิง และมีการแชร์ภาพวีดีโอออกไปตามสื่อโซเชียลต่างๆและเป็นข่าวนั้น ทาง พ.ต.ท.องอาจ ปลัดขวา สารวัตรสอบสวน สภ.บ้านผือ ทราบเรื่อง จึงให้ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ติดตามหาบุคคลในคลิปดังกล่าว จนทราบว่าเป็นใคร แล้วเรียกตัวมาสอบสวนปากคำ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา

ต่อมา น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี น.ส.บี (นามสมมุติ) และ นายธีรพันธ์ อายุ 21 ปี ซึ่งทั้ง 3 เป็นบุคคลที่อยู่ในคลิป ได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ทำการสอบปากคำและรับทราบข้อหา

พ.ต.ท.องอาจ เผยว่า ในวันที่เกิดเหตุ น.ส.เอ และ น.ส.บี ได้นัดกันมาเคลียร์ปัญหา ซึ่งทั้ง 2 คน ได้มีการตบตีกัน จากนั้นนายธีรพันธ์ แฟนหนุ่มของ น.ส.เอ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ได้เดินเข้าไปชกที่ใบหน้าของ น.ส.บี จนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ทั้ง 3 คน พร้อมผู้ปกครองมาพบตำรวจ จากนั้นให้ทั้ง 3 คน พาไปชี้จุดที่ตีกันบริเวณทางไปโรงฆ่าสัตว์ ในเขตเทศบาลตำบลบ้านผือ แล้วแจ้งข้อหาให้ทราบในข้อหาทะเลาะวิวาทกันในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน กับน.ส.บี และ น.ส.เอ เปรียบเทียบปรับคนละ 500 บาท

ส่วน นายธีรพันธ์ แฟนหนุ่มของ น.ส.เอ ที่ใช้กำปั้นชกไปที่ใบหน้าของ น.ส.บี จนได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ เปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท และให้ชดใช้ค่ารักษาพยาบาล เป็นเงิน 10,000 บาท ให้กับ น.ส.บี พร้อมทั้งให้ผู้ปกครองรับทราบและเป็นพยานว่าทั้ง 2 ฝ่าย โดยรับปากว่าจะไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันอีกต่อไป

ชาวเน็ตแห่กดไลค์ ลุงเฉื่อยผู้รักสันโดษร่วมพิธีวางดอกไม้จันทน์

    (27 ต.ค.) เฟซบุ๊ก ชุมชนเขวาสินรินทร์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเล่าเรื่องของ ลุงเฉื่อย ที่มุ่งมั่นมาร่วมพิธีวางดอกไม้จันทน์ เพื่อแสดงความอาลัยถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ต.ปราสาททอง อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ โดยระบุว่า

#มาด้วยใจถวายความอาลัยพ่อหลวงภูมิพล #ลุงเฉื่อย ผู้สันโดษจากบ้านเขวาสินรินทร์หนึ่งในพสกนิกรชาวเขวาสินรินทร์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเดินทางมาร่วมวางดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายดอกไม้จันทน์เพื่อถวายความอาลัยแด่พ่อหลวง ร.9 ณ ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ วัดบ้านฉันเพล ต.ปราสาททอง อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์

#อีกหนึ่งความน่ารักของลุงเฉื่อย เจ้าหน้าที่จุดคัดกรองเล่าว่า “ตอนผ่านจุดคัดกรอง คุณลุงปล่อยชายเสื้อ เลยขอความกรุณาให้คุณลุงเอาชายเสื้อเข้าในกางเกง ลุงตอบแบบนิ่งๆ ผมไม่มีเข็มขัด แล้วก็รีบจัดชายเสื้อเข้าในกางเกง แล้วหันมาถามว่า แบบนี้ ใช้ได้หรือยัง?

เข็มขัดลุงเจ๋งมากค่ะ”

ลูกสาวป่วยเป็นสะเก็ดเงิน ความจนบีบให้ค้ายาบ้าหาเงินรักษา

    หนุ่มค้ายานรกร่ำไห้สั่งเมียรัก “อย่าทิ้งลูก” หลังถูกจับพร้อมยาบ้า เผยลูกสาว 7 ขวบป่วยโรคสะเก็ดเงิน ไม่มีเงินรักษา จึงจำใจค้ายา อ้อนวอนภรรยาดูแลลูก อย่าทิ้งลูก พ้นโทษจะกลับมาอยู่กับครอบครัว

(21 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.ธวัชชัย ยั่งยืน รอง สว.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อคืนวานนี้ (20 ต.ค. 60) ได้รับแจ้งว่า จะมีเอเยนต์ค้ายาเสพติดจะนำยาบ้าไปตระเวนส่งให้ลูกค้าในหมู่บ้าน หมู่ 4 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.นนทวัช รัตนนิพนธ์ รอง สว.สส.พร้อมกำลังตำรวจสืบสวน และ อส.ตร.ดักซุ่มรอบน ถ.สายทุ่งใหญ่ – กรุงหยัน หน้าโรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ หมู่ 4 ต.กรุงหยัน กระทั่งพบ นายวุฒิชัย อายุ 30 ปี บุคคลเป้าหมาย ขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า มีโอ สีแดง ผ่านมา จึงเรียกตรวจค้นและจับกุมได้โดยละม่อม พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 91 เม็ด

เบื้องต้น นายวุฒิชัย ให้การรับสารภาพว่า ลักลอบค้ายาเสพติดและกำลังนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้า แต่มาถูกตำรวจดักตรวจค้นจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากนั้นพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหามียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุม นายวุฒิชัย ผู้ต้องหาเข้าห้องขัง เพื่อรอฝากขังศาลจังหวัดทุ่งสง

แต่ก่อนเข้าห้องขัง นายวุฒิชัย ขออนุญาตโทรศัพท์ไปหาภรรยาและลูกสาวอายุ 7 ขวบ เจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ผู้ต้องหาโทรแจ้งภรรยาและครอบครัวได้ อย่างไรก็ตามขณะผู้ต้องหาคุยโทรศัพท์กับภรรยาอยู่นั้น ปรากฏว่าผู้ต้องหาเกิดร้องห่มร้องไห้และสะอึกสะอื้น น้ำตาไหล น้ำมูกไหลอาบแก้มตลอดเวลาพร้อมกับพูดกับภรรยาว่า “อย่าทิ้งลูกนะ ดูแลลูกให้ดีนะ”

หลังคุยโทรศัพท์กับภรรยาเสร็จก็สอบถาม นายวุฒิชัย จึงบอกว่า ถูกจับกุมครั้งนี้ ตนเป็นห่วงภรรยาและสงสารลูกสาวอายุ 7 ขวบเป็นอย่างมาก เพราะลูกสาวของตนป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน ครอบครัวฐานะยากจน ไม่มีเงินรักษา ตนมีอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ระยะนี้ยางพาราราคาตกต่ำ รายได้จึงไม่เพียงพอเลี้ยงดูครอบครัว จึงตัดสินใจหันไปขายยาบ้าเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวและรักษาลูกสาว

“ผมสั่งเสียเมียรักว่า หากมีเวลาว่างให้มาเยี่ยมบ้างและอย่าทิ้งลูกไปไหน ขอให้ดูแลลูกอย่างดีที่สุด และขอให้อดทน ตั้งใจรอผมพ้นโทษจะกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่ขอให้เมียรักตอบยืนยัน แต่เมียรักเสียงเงียบไป ไม่กล่าวตอบแต่อย่างใด ผมเกรงว่าในระหว่างที่ติดคุก เมียอาจจะทิ้งลูกสาวไปมีครอบครัวใหม่ จึงเป็นกังวลมาก คิดถึงและเป็นห่วงลูกสาวมากยิ่งขึ้น” คำพูดของนายวุฒิชัย ผู้ต้องหากล่าวทิ้งท้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนถูกนำตัวเข้าห้องขังเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ลอยอังคาร “แม่นุ่น” สาวนักสู้โรคมะเร็ง พบอัฐิเป็นสีชมพู

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สามีและลูกๆ ของ “แม่นุ่น สุพัฒชา” ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ ได้เดินทางทำพิธีลอยอังคารอัฐิเถ้ากระดูก กองเรือยุทธการ สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) บรรยากาศยังเป็นไปด้วยความเศร้าโศก ท่ามกลางข้อความส่งกำลังใจให้ครอบครับจำนวนมากในเพจเฟซบุ๊ก

หลังจากทำพิธีฌาปนกิจในวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา พ่อตุลย์ สามีของแม่นุ่น ก็ยังคงโพสต์เรื่องราวดีๆ ที่ชวนให้คิดถึงแม่นุ่น หญิงสาวที่ต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างแรงกล้า แม้ว่าสุดท้ายจะจากไปอย่างสงบ เพราะทางครอบครัวไม่อยากจะยื้อไว้ให้เจ็บปวดทรมานอีกต่อไป ก่อนที่แม่นุ่นจะเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา

ส่วนพิธีลอยอังคารที่เกิดขึ้นนั้น ทางครอบครัวของแม่นุ่น ทั้งสามีและลูกๆ รวมทั้งคุณแม่ของแม่นุ่น ก็ร่วมออกทะเลทำพิธีครั้งนี้อย่างเศร้าโศก ท่ามกลางความคิดถึงของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ยังเต็มไปด้วยกำลังใจดีๆ ทั้งในโลกออนไลน์และสมาชิกครอบครัวที่ยังอยู่

ทั้งนี้ พ่อตุลย์ ยังได้โพสต์ข้อความซึ้งๆ ระหว่างทำพิธีฌาปนกิจแม่นุ่น ลูกชายคนเล็กเกิดมีคำถามที่สงสัยว่า ทำไมต้องให้แม่เข้าไปนอนอยู่ข้างไหนเตาและจุดไฟเผา เป็นข้อความสุดเศร้าที่พ่อต้องอธิบายให้ลูกตัวน้อยเข้าใจแบบไม่หวาดกลัว

ลูกชาย: “ปะป๊า.. เค้าเอาหม่าม๊า เข้าไปในนั้นทำไม?”
พ่อ: “เอาหม่ามี๊ไปทำให้เป็นควัน พอเป็นควันหม่ามี๊ถึงจะลอยขึ้นสวรรค์ได้”
ลูกชาย: “ไฟจะไหม้หม่ามี๊แล้วนะ ทำไมปะป๊าไม่ไปช่วยหม่ามี๊”
พ่อ: “ปะป๊าช่วยหม่ามี๊ไม่ได้แล้วลูก..”
ลูกชาย: “บอสตั้น ไม่อยากให้ไฟไหม้หม่ามี๊ กลัวหม่ามี๊ร้อนครับ”
พ่อ: “หม่ามี๊ ไม่ร้อนหรอกลูก เพราะหม่ามี๊ไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่อยู่กับเรา บอสตั้นเห็นมั้ยร่างกายมี๊ไม่สวยแล้ว หม่ามี๊ต้องกลับไปเป็นเบบี๋ก่อน”
บอสตั้น: “จริงเหรอปะป๊า.. ถ้ามี๊เป็นเด็ก บอสตั้นจะแกล้งมี๊ให้ร้องไห้เลย อิอิ”
พ่อ: “จริงสิ บางทีมี๊อาจเป็นลูกบอสตั้น หรือพี่ซิดนีย์ก็ได้นะ เพราะมี๊รักลูก คิดถึงลูก อยากอยู่กับลูกตลอดไป..”

และยังมีรูปอัฐิเถ้ากระดูกของแม่นุ่น ที่เปลี่ยนสีเป็นสีชมพู ซึ่งตามหลักทางการแพทย์เกิดจากธาตุทองแดงในร่างกาย เมื่อสัมผัสกับความร้อนก็จะแปรเปลี่ยนสีชมพู รวมทั้งยังสามารถเป็นสีอื่นๆ ได้ตามธาตุ เช่น ธาตุสังกะสีเป็นสีเหลือง หรือธาตุเหล็กเป็นสีเขียว

อ.เจษฎา ไขคำตอบ “สัตว์ประหลาด” แชร์ว่อนเน็ตที่คล้ายผีเสื้อ

    (21 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจกรณีมีผู้โพสต์แชร์เพื่อหาคำตอบของสิ่งมีชีวิตตังหนึ่ง ที่มีรูปร่างลักษณะที่ดูแปลกประหลาด คล้ายกับสัตว์ประเภทผีเสื้อแต่มีหางและองค์ประกอบอื่นๆ คล้ายตัวหนอน ภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ชี้แจงในประเด็นนี้แล้ว

รศ.ดร.เจษฎา โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หลังมีผู้คนติดต่อมาขอคำตอบถึงสัตว์ชนิดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งชี้แจงว่าสัตว์ตัวดังกล่าวก็คือ ม็อธ หรือ ผีเสื้อกลางคืนชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า Creatonotos gangis หรือชื่อสามัญ Tiger moth ผีเสื้อกลางคืนลายเสือ

สำหรับสัตว์ชนิดนี้มีพื้นเพอาศัยอยู่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปออสเตรเลียตอนเหนือ เป็นสัตว์ที่มีสีสันสวยงาม ลายขาวดำแดงเหลือง มักอาศัยอยู่ตามต้นทับทิม หรือเป็นศัตรูพืชของต้นทับทิมนั่นเอง แต่จุดเด่นยิ่งกว่านั้นคือ การที่ม็อธตัวผู้มีอวัยวะหน้าตาประหลาด พร้อมขนยาวๆ ยื่นออกมาจากช่วงท้อง ซึ่งเรียกว่า coremata แปลว่า ดินสอมีขน เอาไว้ปล่อยสารกลิ่นพวกฟีโรโมน กลุ่มไฮดรอกซีดาไนด้อล hydroxydanaidal เพื่อดึงดูดคู่มาผสมพันธุ์

ตัวหนอนบุ้งของม็อธชนิดนี้จะกินพืชที่สร้างสารเคมี กลุ่มไพร์โรไลซิดีน อัลคาลอยด์ pyrrolizidine alkaloids (PAs) ซึ่งเป็นสารพิษรสขมที่พืชมีไว้กันแมลงและศัตรูอื่นมากิน แต่หนอนของเจ้าม็อธนี้กลับกินได้ และทำให้มันไม่ค่อยจะต้องแย่งอาหารกับใคร

หากตัวหนอนได้กินสาร PAs มากเพียงพอ ม็อธมันจะสร้างอวัยวะโคเรมาต้าได้ยืดยาว ทำให้มันปล่อยฟีโรโมนได้มาก และมีโอกาสผสมพันธุ์มากกว่าเพื่อนที่ไม่ค่อยได้กินสาร PAs ซึ่งจะมีโคเรมาต้าสั้นหรือไม่มีเลย

แม่ปกป้องลูก 3 ขวบไม่ให้ตกราง ตัวเองถูกรถไฟเหยียบขาขาด

แม่ปกป้องลูก 3 ขวบไม่ให้ตกรางขณะที่รถไฟเทียบชานชาลา แต่ตัวเองเสียหลักตกลงไปเองจนถูกรถไฟเหยียบขาขาด

(22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุริยา คงอินทร์ ร้อยเวร สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกรถไฟชนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่สถานีรถไฟทุ่งสง เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง ให้ไปตรวจสอบและสอบสวนด้วย หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูนนิธิประชาร่วมใจทุ่งสง ร่วมกันตรวจสอบและสอบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณรางรถไฟรางที่ 1 ติดกับชานชาลารางที่ 2 พบร่างคนเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ นางนิพาภรณ์ อายุ 41 ปี นอนได้รับบาดเจ็บร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่ในรางที่ 1 โดยบริเวณขาซ้ายที่บริเวณหัวเข่าถูกรถไฟทับจนแหลกละเอียดเจ้าหน้าที่มูนนิธิฯจึงรีบนำร่างส่ง รพ.ทุ่งสง โดยแพทย์ได้ทำการตัดขาซ้ายทิ้งเพราะไม่สามารถต่อได้

จากการสอบสวนของตำรวจทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นางนิพาภรณ์ คนเจ็บซึ่งเป็นครูโรงเรียนเทศบาลท่าแพ อ.ทุ่งสง พร้อมบุตรสาววัย 3 ขวบ มาส่งญาติขึ้นรถไฟขบวนไป กทม. ซึ่งขบวนรถจอดอยู่ในรางที่ 2 ขณะที่ยืนส่งได้มีขบวนรถไฟสปรินเตอร์กำลังวิ่งเข้าสถานีในรางที่ 1 ด้วยความกลัวว่าลูกสาวจะเป็นอันตรายจึงได้รีบใช้มือปัดลูกสาวไม่ให้ตกลงไปในราง แต่ตัวผู้เป็นแม่กลับเสียหลักตกลงไปเองจนถูกล้อรถไฟทับขาจนต้องเสียขาไปข้างหนึ่งส่วนลูกสาวปลอดภัย

นาทีชีวิต! ตร.ฮีโร่ฝ่ากระแสน้ำช่วยเด็กถูกน้ำป่าซัดรอดปาฏิหาริย์

“ร.ต.ท.ประเสริฐ” เผย นาทีชีวิต! ฝ่ากระแสน้ำป่าลากเพชรบูรณ์ ช่วยเด็กถูกน้ำซัดพลัดตกคลอง รอดปาฏิหาริย์

ร.ต.ท.ประเสริฐ สมรูป รอง สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. โดยเล่าถึงนาทีชีวิตที่เข้าให้การช่วยเหลือเด็กชายถูกน้ำป่าซัด ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานที่ผ่านมา ช่วงเวลา 17.30น. โดยในพื้นที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก

ทำให้น้ำป่าหลากซัดกลุ่มเด็กอายุประมาณ 11-12 ปี ที่เดินเล่นอยู่บริเวณกลางสะพานเหล็ก ทางเชื่อมถนนหมู่บ้านทุ่งตีนผา หมู่ที่8 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จนเด็กชาย 1 คนในกลุ่มถูกน้ำซัดตกลงไปในคูคลอง ลอยไปติดท่อนซุงกิ่งกระถิน กลุ่มเพื่อนจึงร้องตะโกนร้องให้คนช่วย ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง จึงประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือ เนื่องจากน้ำป่าหลากไหลเชี่ยว

โดยเมื่อตนเองมาถึง ก็ได้ใช้เชือกผูกบริเวณเอว ก่อนฝ่ากระแสน้ำลงไปช่วยเหลือเด็กชายคนดังกล่าว โดยการใช้เชือกมัดบริเวณเอวของเด็ก กระตุกดึงช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย และส่วนตัวก็ดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถช่วยเด็กให้รอดชีวิตมาได้

ขณะที่ เด็กชายผู้ประสบเหตุ ระบุทั้งน้ำตาและอาการสั่นเทา หลังรอดชีวิต “คิดว่าตัวเองคงตายแน่ แต่ต้องสู้เพื่อหาทางรอด” จึงตัดสินใจกัดฟันเกาะท่อนซุงกิ่งกระถินแน่น จน ร.ต.ท.ประเสริฐ เข้าให้การช่วยเหลือและล่าสุดอาการปลอดภัย รวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่ก็คลี่คลายลงแล้ว